NattapoL さんのプロフィールLiFeleZZ_13ブログリストゲストブックその他 ツール ヘルプ
Thanks for visiting!
しばらくお待ちください。
入力されたコメントは長すぎます。短くしてください。
何も入力されていません。もう一度やり直してください。
現在、コメントを追加できません。後でもう一度やり直してください。
コメントと書くには、保護者 (ほごしゃ) の方の許可 (きょか) をもらってください。許可をリクエストする
保護者 (ほごしゃ) の方が、あなたがコメントを書けないようにしています。
現在、コメントを削除できません。後でもう一度やり直してください。
1 日に投稿できるコメントの最大数を超えました。24 時間経過してから、もう一度やり直してください。
あなたが他のユーザーに対して迷惑行為を行っている可能性があると確認されたため、お使いのアカウントによるコメントの投稿を無効にしています。誤って無効にされたと思われる場合は、Windows Live のサポートにお問い合わせください。
コメントを投稿する前に、以下のセキュリティ チェックを完了してください。
セキュリティ チェックに入力する文字は、画像に表示されている文字または音声で流れた文字と一致していなければいけません。

Windows Media Player

666 NattapoL

好きなもの/好きなこと
i'm a male... not have good looking

LiFeleZZ_13

3月25日

ปัดฝุ่น...

หวัดดีครับ พ่อแม่พี่น้อง เดี๋ยวนี้คนหนีไป Hi5 หมดเลยว่ะ
 
ไปแว้บๆดู space ไม่มีคนอัพเลย ดังนั้นกระผมหนีมาทวนกระแส Hi5 ดีกว่า 55+
 
Title: เปลือก
Artist: Retrospect
Album: Unleashed
Release: 2007
 
ยังไง บอกฉันทีก่อนเกินจะเก็บไว้
ยังไง บอกฉันทีก่อนเธอตัดสินใจ
ฉันมันคนเลว เธอเอาอะไรมาวัด
ฉันมันคนพาล ลองมองเข้าไปในหัวใจ

* เพียงเปลือกกายอาจมองว่าฉัน
เป็นคนเหลวแหลกในสายตาเธอ
เพียงเปิดใจสบตาลองใช้เวลา
กับฉันแล้วเธอจะเข้าใจ

ยังไง กับเรื่องราวความจริงในใจฉัน
ยังไง เปลี่ยนสักทีก่อนเธอตัดสินมัน
ฉันมันคนเลว เธอเอาอะไรมาวัด
ฉันมันคนพาล ลองมองเข้าไป
ในหัวใจ

(ซ้ำ *)

ร่องรอยความงามที่มองไม่เห็น
เพราะเปลือกบางๆปิดกั้นความใน
เป็นสิ่งที่คนลืมคิดกันไป
ทุกอย่างทำร้ายใจฉันและเธอ
ร่องรอยความงามกำลังจางหาย
ทุกสิ่งกลับกลายเป็น...
ภาพลวงตา
ยังไง บอกฉันทีก่อนเกินจะเก็บไว้
ยังไง บอกฉันทีก่อนเธอตัดสินใจ (x2)

(ซ้ำ *,*)
 
ปล. เพลงเก๊าเก่า เป็นเพลงที่ไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่ เป็นเพลงที่ฟังผ่านๆ แต่ตอนนี้ เพลงนี้กลับเป็นเพลงที่ชอบที่สุดของวง ในอัลบัมนี้
ชอบในความหมาย ที่วงเขียนถึง "คนเสื้อดำ" ที่จะเห็นตามคอนเสิร์ต งานร็อคต่างๆ (ไม่รวม เด็กแซ๊บ เด็กแว้น ทั้งหลาย) ที่ไป มอช แท็คกัน
ไปสนุกกับคอนเสิร์ต ถึงจะดูรุนแรง แต่ว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ไปต่อยตีกับใคร เล่นแรงกัน ก็ขอโทษ อภัยกัน แต่คนมองว่าไม่ดี
เพราะ "เปลือก" ที่ปกคลุมพวกเขาอยู่
 
ส่วนคนตีกันก็พวกเดิมๆ ไม่ขอพูดถึง พวกนี้ทำความเสื่อมให้วงการดนตรีร็อค(เมทัลในไทยไม่ตีกัน) มามาก และ นานแล้ว
คนพวกนี้ ต่อให้ไปดูกามิกาเซ่ ไปดู Siska น้องหวาย โฟร์มด มันก็ตีกันครับ
 
ปล2. ปล.บ้าอะไรวะ ย้าวยาว 55+
 
1月14日

Rose of Sharyn

วันนี้กลับมาอัพซะงั้น แม้ว่าไม่มีคนเม้นก็ตามกุจะอัพซะอย่าง 55+
 
ไหนๆ ก็ไหนๆ วันนี้จะมาแปลเพลงซะหน่อยหลังจากไม่ได้ทำมาเป็นชาตินึงแล้ว
 
เพลงที่ว่าก็คือ Rose of Sharyn ของวงโปรดครับ
 
Title: Rose of Sharyn
Artist: Killswitch Engage
Album: The End of Hearthache
Date: 2004
 
Numb and broken, here I stand alone - มันตายด้านและแตกสลาย ฉันยืนหัวโด่อยู่ผู้เดียว                                           
Wondering what were the last words I said to you - ยังคงสับสนกับสิ่งที่ได้เอ่ยกับเทอเป็นคำสุดท้าย
Hoping, praying that I'll find a way to turn back time - ตั้งความหวัง ไหว้พระ(เพลงฝรั่งไม่ใช่เรอะ - -) ว่าชั้นอยากจะหาทางย้อนเวลากลับไป
Can I turn back time? - ชั้นจะย้อนเวลากลับไปได้ป่าวว
 
* What would I give to behold - สิ่งที่ชั้นให้ไปนั้นเพื่ออะไร
The smile, the face of love? - รอยยิ้ม หน้าตาของความรัก (เป็นไงวะ หน้าตาของความรัก)
You never left me - เทอจะไม่มีวันซ้ายชั้น เอ้ย จากชั้นไป
The rising sun will always speak your name - อาทิตย์ที่สาดส่องจะคงยังเอ่ยชื่อเทออยู่ (คนบ้าไรคุยกะพระอาทิตย์ได้)
 
Numb and broken, here I stand alone
Wondering what were the last words I said to you
(ซ้ำครับไปอ่านอันข้างบน)

It won't be long, we'll meet again - มันคงไม่ยาว (อะไรไม่ยาว -*-) เราคงได้พบกันอีกครั้ง
 
*
 
** It won't be long, we'll meet again - มันคงอีกไม่นาน เราคงพบกันอีกครั้ง (กลับมาแล้วครับไม่รั่ว)
Your memory is never passing - ความทรงจำของเทอจะไม่มีทางผ่านไป
It won't be long, we'll meet again - ไปอ่านข้างบนนะครับ
My love for you is everlasting - รักของชั้นที่จะให้เทอนั้นอยู่ชั่วกาลนาน
 
I mourn for those who never knew you - ฉันล่ะสลดหดหู่ กะไอ้คนที่ไม่เข้าใจเทอซะจริงๆ
 
**
 
Ps. 1 - เพลงนี้ได้ฟังตอน ม.5 แต่ก็มาอินตอน ม.6 เพราะดันไปเจอะเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้เข้า และตอนนี้ก็กลัวๆว่ามันจะกลับมาอีก
Ps. 2 - วงนี้ชักจะมาหากินกับเพลงรักบ่อยขึ้นแล้วล่ะสิ - - 
Ps. 3 - แปลมั่วก็ขออภัย แปลเอามันส์อย่างเดียว 55+
12月31日

The Fav. Release of The Year '06

สวัสดีคร้าบบบ ในที่สุดไอ้คนขี้เกียจคนนี้ก็มาอัพ blog ซะที ขอมาอัพวันสิ้นปีพอดีละกัน
 
แล้วก็ตามธรรมเนียมเดิม ที่ทำเมื่อปีที่แล้ว เราจะมากล่าวถึงอัลบัมที่เจ้าของ space ชอบในปีนี้กันดีกว่า
(แม้ว่าจะไม่มีใครอยากรู้ก็ตาม 55+)
 
SLUR - Boo!
ฟังกันสดๆร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน (เพราะเพิ่งหลอกให้พี่ไปถอย ซีดีแผ่นนี้มาได้ 55+) กับวงที่มีแนวทางของตัวเองชัดเจน สำหรับวง Garage Rock วงนี้ (น่าจะเป็นวงแรกของไทยที่เล่นชัดเจนขนาดนี้) ซึ่งก็ทำได้ดีซะด้วย เป็นวงที่ยอมรับว่าทำเพลงได้ "ถึง" จริงๆ
เอาเป็นว่าชุดนี้แทบจะเป็นรักแรกพบเลยทีเดียวครับ ^^
 
อพาร์ตเมนต์คุณป้า - Romantic Comedy
สำหรับงานชุดนี้ เมื่อแรกพบครั้งแรก ความรู้สึกที่มีต่ออัลบัมนี้คือ "กุรู้สึกเสียดายตังจังเลยย" แต่แน่นอนครับ เมื่อฟังรอบที่ 2-3 ก็รู้สึกหลงรักวงนี้ขึ้นมาทันที สำหรับวงนี้ ที่มีความเป็น Rock&Roll, Hardrock (แบบในช่วงปี70 อ่ะครับ), Blues (ในท่อนโซโล่ หลายๆเพลง),Jazz (โผล่มาในท่อนโซโล่เช่นกัน), Funky และ การ Rap แบบ MC หลาหลายแต่ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันมั่วครับ
 
Yarinda and friend - Try To Be Nice
สำหรับงานชุดนี้ เป็นเพลงป็อป ในแบบอะคูสติค มีลูกเล่นในแบบ Jazz แทรกเข้ามาบ้าง แต่โดยรวมแล้วบทเพลงดูเรียบง่าย และน่าค้นหาเพราะการเรียบเรียงของบทเพลง แต่สำหรับงานชุดนี้ ย้ำว่าต้องฟังคนเดียวครับ ลองอยู่ในห้องเงียบๆ ใส่ หูฟัง แล้วฟังเพลงชุดนี้ แล้วจะรู้สึกว่างานชุดนี้มันเยี่ยม สมกับความพยายามของเธอเลยครับ
 
Fahrenheit - Way
จากการเข้ามาแทนที่พี่รัฐ ที่กลับไปร่วมงานกับพี่เสก พี่เอก แห่งวง Taxi ก็มาช่วยสร้างสีสันในไลน์เบสของวง รวมทั้งงานชุดนี้ สมาชิกทั้งหลาย ก็โชว์ฝีมือ ความเก๋าประสบการณ์ แต่ก็ยังรักษาฐานแฟนเพลงไว้ด้วย แม้ว่าจะยังอิงตลาด แต่งานก็ยังเต็มไปด้วยทักษะ การลองใส่สีสันใหม่ๆ (แม้ไม่เยอะก็ตาม) หรือว่าไลน์กีตาร์ ท่วงทำนอง แบบร็อคเก่าๆ ทำให้งานชุดนี้ โชว์ความเป็นตัวตน และความเหนือกว่าชุดแรกอบ่างเห็นได้ชัดเจนครับ
 
Gift Thanatchaporn - In My Room
ชอบเสียงนักร้องเป็นการส่วนตัวครับ การเรียบเรียงดนตรีน่าสนใจ นักดนตรีแบ็คอัพก็มีฝีไม้ลายมือมากครับ ถ้าจะติงานชิ้นนี้ ก็คือ เนื้อเพลงบางเพลงมันไม่รื่นหูเท่าไหร่ (เมื่อเป็นเพลงป็อป ต้องให้ความสำคัญกับเนื้อร้องซักหน่อยนะครับ) และเสียงน่ารักๆ (แต่นักร้องดูห้าวๆลุย) ก็ไม่ค่อยเข้ากับเพลงร็อคแบบหนักๆ(ในเพลงป็อป) ซักเท่าไหร่นักสำหรับบางเพลง และที่สำคัญชุดนี้ Package ทำสวยมากครับ เป็นที่ใส่ CD ติดกับ บุ๊คเลต ที่ทำเป็นเหมือนไดอารี่ (เหมือนหนังสือเล่มนึง แต่ด้านในปกหลังเป็นที่ใส่ CD)
 
Oblivious - More Sugar Extra Tattoo
หลังจากที่เพลง รับไม่ได้ เริ่มเป็นที่ถูกใจแฟนๆ พร้อมกับ การเล่นสดบ่อยๆ ทำให้วงนี้มีฐานแฟนเพลงพอสมควรทีเดียว งานชุดนี้มากับเพลงในสไตล์ Emo/Post Hardcore ผสมกับ Metal นิดๆ นอกจากนี้ยังมีความป็อปอยู่ในตัว ทำให้ในอัลบัมมีทั้งเพลงมันส์ๆ หรือกระทั่งเพลงป็อปร็อค กลิ่นอีโม ติดหู หลังจากฟังแรกๆยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ (หวังกับเพลงเร็วๆหนักๆมากกว่า) แต่พอฟังไปเรื่อยๆ ก็ชักจะชอบเพลงช้าขึ้นมาซะที
 
Paradox - X: Ten Year After
สำหรับ พาราด๊อกซ์ ชุดนี้ ถือเป็นการดึงตัวตนของวงที่เป็นวงอารมณ์ดี เพลงค่อนข้างเป็นแง่บวก และโดยรวมเพลงเร็ว ก็จะเร็วแบบสนุกๆ ป็อปพังค์ ฟังไม่เครียด งานเพลงทั้งหมดมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฟังได้เรื่อยๆทั้งอัลบัม ไม่ได้แปลกแยกกันแบบ Free Style (ชุดนั้น ก็แปลกแยกสมชื่อจริงๆ) ในขณะที่เพลงดูเรียบง่าย แต่ก็แอบใส่ฝีมือ ทางดนตรีเข้าไปด้วย และที่เด็ดสุดก็คือโบนัสแทร็ค ที่หลายๆคนชอบกว่าเพลงในอัลบัมจริงซะอีก ก็แสดงให้เห็นว่าวงนี้เป็นวงที่มีจุดยืนของตัวเอง และทำเพลงเพื่อแฟนๆจริงๆครับ
 
จริงๆ มีงานดีๆเยอะมากในปีนี้ แต่บางงานก็ไม่ได้ฟัง จนถึงขั้นจับต้องถึงตัวงานซะเท่าไหร่เลยไม่ได้เอามาเล่าครับ ไอ้ที่เอามาคืองานที่ฟังบ่อยๆ
 
ต่อไปเอางานเพลงสากลมามั่งดีกว่า
 
งานแรกครับ
Lamb of God - Sacrament
วง Metalcore ที่มีส่วนผสมของความเป็น Thrash Metal ในแบบ Post-Thrash จาก รัฐเวอร์จิเนีย แม้หลายๆคนจะค่อนขอดว่ามันเป็นวง คอมเมิร์ซเชียล แต่ก็ช่างหัวมันเถอะครับ ริฟฟ์กีตาร์ประสานยอดเยี่ยม โซโล่เท่ห์ๆ หนีดๆ ไลน์กลองน่าสนใจ เสียงร้องอันเหี้ยมเกรียม ไลน์เบสไม่รู้ แต่เอาเป็นว่ามันประคองเมโลดี และริธึ่มของเพลงได้ดีทีเดียวครับ เป็นงานที่ฟังบ่อยมากๆในช่วงปีนี้เลย
 
Arctic Monkeys - Whatever People Say I Am, That's What I'm Not
วง Post-Punk จากเมืองเชฟฟิลด์ งานมันส์ๆเจ๋งๆ กีตาร์สวย เบสเดินน่าสนใจ กลองกระหน่ำสนุก เป็นวงที่ดังจริงๆ จนหลายๆคนรู้สึกว่ามันเป็นการ overrated ซะด้วย แต่ยังไงก็ตามแม้กระแสวงนี้จะแรงเกินเหตุ แต่ก็ไม่ได้ลบความดีของงานชุดนี้ไปได้ครับ
 
Incubus - Light Grenades
อัลบัมใหม่ของวง อัลเทอร์เนทีฟ ร็อค จากมลรัฐ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเฮีย แบรนดอน บอย ก็หน้าตาดีซะจนสาวกสาวๆพากันกรี๊ดไปตามๆกัน (อันหลังไม่เกี่ยว55+) สำหรับวงนี้ แฟนๆต้องทำใจไว้ว่า ไม่มีทางแน่ๆที่จะได้ฟังงานแบบชุดเก่าๆ เพราะงานแต่ละชุดจะมีเอกลักษณ์ของตัวมันเอง เอาเป็นว่าชอบชุดนี้ครับ มีทั้งความล่องลอยแบบชุดที่แล้ว และอารมณ์ฟังกี้แบบชุดเก่าๆ
 
The Strokes - First Impressions Of Earth
ประทับใจอัลบัมนี้ เป็น First Impression แบบชื่ออัลบัมครับพี่น้อง ได้ฟังชุดนี้เป็นชุดแรก และครั้งแรกของวงนี้เลย การาจร็อคเมาๆ กีตาร์เจ๋งๆ ไลน์เบสเท่ๆ กลองก็ทำหน้าที่ได้ดี รวมทั้ง การได้เติมอะไรใหม่ๆลงไปในอัลบัม (เทียบกับชุดก่อน หลังจากได้ฟังชุดนี้เลยไปหาชุดเก่ามาฟัง) ทำให้มันโคตรชอบงานชุดนี้เลยครับ
 
Thursday - A City by the Light Divided
เจ้าพ่อ อีโม โพสต์ฮาร์ดคอร์ จากนิว เจอร์ซี งานชุดนี้มาพร้อมกับสิ่งที่วงอีโม ในยุคเกลื่อนเมืองขาดหายไป ซึ่งก็คือ อีโมชั่น อารมณ์ของเพลง ตามชื่อของแนวเพลง เนื่องจากวงนี้มีทั้งความเนิบ หม่นหมอง มันส์ๆ การร้องบ่นๆ กระซิบกระซาบ และการร้องแบบกราดเกรี้ยว งานดนตรีก็ดูเหมือนว่าพวกเค้าแต่งเพลงเรียบเรียงตามอารมณ์ซะจริงๆ (เขียนเชียร์มากไปป่าวเนี่ย)
 
Utada Hikaru - Ultra Blue
งานชุดใหม่ของอุทาดะ ฮิคารุ กลับมาทำเพลงในภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากงานโกอินเตอร์ที่ยอดขาย และความสำเร็จไม่ค่อยดีนัก แม้ว่างานจะล้ำหน้า และสู้กับต่างประเทศได้สบายๆ แต่เพราะความไม่ติดหู และการลดสไตล์ที่เธอเคยทำไว้ในชุดก่อนๆ เลยทำให้แฟนๆบางคนไม่ค่อยพอใจกับชุด Exodus มากนัก สำหรับงานชุดนี้ มีการปล่อย single ออกมานานแล้วตั้งแต่เพลง Colors Be my last Keep Tryin' โดยรวมงานชุดนี้ มีความหวานแบบเดิม (แต่ไม่เท่าเดิม) แต่การเรียบเรียงเพลงที่น่าสนใจ และมีความติดหู ทำให้แฟนๆชอบงานชุดนี้ได้ไม่ยากเลยครับ
 
Killswitch Engage - As Daylight Dies
เป็นวงโปรดครับ ไม่มีเหตุผลอะไรจริงๆ ข้อดีก็คือ ริฟฟ์ประสานเยี่ยมๆ ไลน์กลองที่น่าสนใจ โดยรวมก็โอเคครับ
 
ปล. จริงๆ ก็มีมากกว่านี้อ่ะนะ แต่ขี้เกียจพิมพ์ละ
 
สุดท้ายก็ ขอให้คนที่มาเยี่ยมทุกคนมีความสุขมากๆสำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ และปีต่อๆไปนะครับ ได้เริ่มอะไรกันใหม่ ได้มีความคิดใหม่(พร้อมกับวัยวุฒิที่เพิ่มขึ้น) ได้เจอสิ่งใหม่ๆ
 
ยังไงก็ตามขอบคุณมากๆที่อ่านมาจนจบนะครับ
 
Happy New Year 2007
 
12月5日

The Story after Sunset (Part II: Never Stop Breathing)

รีบอัพก่อนที่จะลืม ล่ะครับ 55+
 
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รุ่นพี่กีฬาได้พาไปเลี้ยงอยู่บ้านสวนในเมือง (ไกลโคตร)
 
แต่ทว่าการเลี้ยงครั้งนี้ มันชนกับการเลี้ยงของพี่ๆ โชว์เชียร์ ไปๆมาๆ ก็เลือกไปกับพี่กีฬา
 
พอกินได้ซักพักนึง ก็รู้ว่า สวัสดิการกีฬา สายแข็งครับ เพื่อนภาค chem 2 คน นั่งกินแบบไม่สะทกสะท้าน กินเรื่อยๆ ไม่หยุด สีหน้าไม่บอกว่าอิ่มเลย
(เห็นตัวเล็กๆ แต่สงสัยจะเลี้ยงยากล่ะมั้ง 55+)
 
แล้ว กำหนดการต่อจากนี้ก็คือ การไปร้องคาราโอเกะ อยู่ร้านแชมป์ ตรงข้าม รพ ศรีนครินทร์
 
แต่ปัญหาคือขากลับครับพี่น้อง ในขณะที่คนอัพกำลังขับรถ เข้าเลน ยูเทิร์น เพื่อที่จะไปฝั่งตรงข้าม
ด้วยความเร็วระดับนึง บวกกับความตาไม่ดี ทำให้มองไม่เห็นกองทรายที่ไอ้คนมักง่ายมันกองทิ้งไว้บนเลน
แม้เพื่อนที่นั่งซ้อนมันเตือน แต่ก็ขอโทษครับ ไม่ทันซะแล้ว หักรถออกแต่ก็ไม่ทัน ทำให้รถล้มครับ
แรงไม่แรงไม่รู้ แต่พอยืนขึ้นมารู้สึก มึนส์หัว เท้าซ้าย ชาๆ หลังมือทั้ง 2 ข้าง ถลอก หลังเท้าซ้ายถลอกเป็นแผลยาว
แขนซ้ายถลอกนิดหน่อย แต่ช่วงซี่โครงซ้ายเจ็บ รถก็บันไดเหยียบข้างซ้ายงอครับ บังโคนเสียหายนิดหน่อย
โชคดีที่เพื่อนเป็นแผลถลอกนิดหน่อย แต่มันดันเป็นแผลซ้ำกับแผลเดิมซะงั้น
 
พอดีเพื่อนที่ขับตามมาทีหลังเจอ ก็เลยได้พาส่งโรงพยาบาล (ล้มถูกที่จริงๆ ใกล้กันเลย - -)
หลังจากทำแผลเสร็จ ก็รู้สึกว่าขาซ้ายหายชาแล้ว แต่มันมากับความเจ็บครับ ฝ่าเท้ามันช้ำๆ บวกกับแผลถลอก
โอววว ซี้ดมาก ตอนนี้ก็ยังไม่หายเจ็บ
 
พอไปที่รถเพื่อน แล้วเอาหมวกกันน๊อคมาดู ปรากฏว่า ด้านซ้ายหมวกกันน๊อค แตกครับ เป็นแผลยาวประมาณ 2 นิ้ว
เลยคิดได้ว่า ถ้ากุไม่ใส่หมวกกันน๊อค รับรองชื่อกุดังแบบ นศ พยาบาล แน่ๆเลยเนี่ย (คณะพยาบาล ไว้อาลัย นศ ปีหนึ่ง ที่เกิดอุบัติเหตุ)
 
แต่หลังจากนั้น คนเจ็บ ก็ยังไปคาราโอเกะ กับรุ่นพี่ต่อซะงั้นครับ 55+
 
ปล.1 ขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนในวันนั้นนะครับ
ปล.2 ขอบคุณไอ้*** ที่วางกองทรายไว้ ทำให้ได้ซ่อมรถใหม่ หมวกกันน๊อคใหม่ และ ทำให้ต้องขับรถระวังกว่าเดิม
ปล.3 ตอนอัพนี่ยังไม่หายเจ็บเลย - -

The Story after Sunset (Part I: Victory of the Yellow)

โอววว สวัสดีครับ พี่น้อง กลับมาอัพซะที ตั้งใจจะมาอัพ แต่ก็ยังเจอกับเหตุผลเดิมๆ - -
 
เรื่องที่จะมาอัพตอนนี้ ก็ขอแบ่งเป็น 2 ตอน ละกัน นะครับ มันมีจุดร่วมเดียวกัน คือ เกิดหลัง พระอาทิตย์ตก และห่างกันแค่อาทิตย์เดียว (ตาม Title เลย)
 
เรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า ทางมหาวิทยาลัย ก็มีการจัดแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ น้องใหม่ ซึ่งก็มีการจัดประกวด กองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์ เหมือนๆที่อื่น
ซึ่ง ตัวคนอัพก็โดนจับซวย (จับฉลากแบบสุ่ม) เป็นตัวแทนภาควิชา กับเพื่อนคนอื่นๆ ไปนั่งเล่นบนสแตนด์ ร้องเพลงเชียร์ โดยพร้อมกับแบกรับ
ภาระ แชมป์เก่าที่พี่ๆสร้างสมเอาไว้ ในช่วงวันที่ซ้อมแรกๆก็สนุกสนานดี รุ่นพี่พาให้ร้องประสานเสียง (แรกๆเนี่ยยังประหลาดใจว่าร้องเพลงเชียร์ ประสานเสียงมันจะเข้ากันมั้ย)
แต่วันหลังๆเริ่มจะหนักขึ้น และเห็นว่ามีรุ่นพี่บางคนไซโคน้อง แต่ขอโทษวันที่ไซโคผมไม่ได้ไปคับ 55+
 
และพอใกล้วันเข้ามาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่า เฮ้ยย กุเนี่ยจะทำได้เรอะ โดด ก็ไม่มาก แต่ไปสาย บางท่าก็ทำไม่เป็น แอบจกตาพี่ๆ (ไม่แอบล่ะ เด่นชัดมากนั่งอยู่แถวบนสุด)
ทำให้มันกดดันเข้าไปใหญ่ เพราะเพื่อนๆหลายคนทำได้แล้ว ไอ้เราจะกลายเป็นจุดด่างดำของสแตนด์ก็คงไม่ดี เพราะมันเด่นโคตรๆ และช่วง 3-4 วันสุดท้ายของการซ้อม
ก็ได้เลิกกันดึก เที่ยงคืน ตีหนึ่ง กัน เหนื่อยทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องกันเลยที่เดียว
 
แล้วเมื่อถึงวันจริง กรแข่งขันก็เริ่มขึ้น โดยเริ่มจากสแตนด์สร้างสรรค์ก่อน ซึ่งสแตนด์ของที่นี่เน้น ฮา หรือไม่ก็ไอเดียเจ๋งๆ สมชื่อมันนั่นแหละ คอนเส็ปต์ของ
แพทย์ศาสตร์ (ขอกล่าวถึงคณะเดียว) ก็เป็นประมาณว่าโจรสลัด ซึ่งพอตอนที่เรียกวิญญาณของจ้าวท้องทะเลเนี่ย จะให้เด็กๆ บนสแตนด์ ถือผ้า รูปหัวกะโหลกผืนใหญ่ๆ
โบกไปโบกมาตรงปาก และให้ตะโกนคำพูดออกมา เหมือนกับว่าจ้าวท้องทะเลพูดออกมา แต่จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ครับพี่น้อง จุดเด่นอยู่ที่ขณะที่แสดงชุดนี้อยู่ มีฟ้าผ่า
มาแวบสองแวบ ตรงกันคอนเส็ปต์พอดีเป๊ะเลย (ถ้าอยู่ในวันนั้นจะได้ฟีลมาก) ส่วนลีดของถาปัตย์ ก็รู้ๆกันอยู่ครับ แชมป์เก่า ขายความกล้า และแหวก ก็เอาแชมป์กลับไป
 
มาทางฝั่งของสแตนด์สวยงามมั่ง แต่คงพูดมากไม่ได้เพราะมันอยู่ฝั่งเดียวกัน มองไม่เห็น 55+ และการแข่งขันฝั่งนี้ คู่แข่งสำคัญของคณะก็คือ ศึกษาศาสตร์ (รุ่นพี่บอกมาว่างั้น)
แล้ว ก็เป็นดังที่กลัวครับ คณะนี้ แน่นมากกองเชียร์เสียงดัง พร้อมเพรียง คอนเส็ปต์เชียร์ลีดเดอร์ แปลกใหม่ (รู้เพราะ 2 คณะนี้ นั่งอยู่ใกล้กัน) ทำให้ทำใจไว้แล้วว่า เอออ แพ้ก็แพ้วะ ทำดีที่สุดละ
 
แล้วพอถึงคณะวิทย์ ก็ทำไปตามที่ซ้อม ซึ่งจุดเด่นก็คือการร้องประสานเสียงในเพลงมข และ ของคณะ ซึ่งคนอัพเนี่ยร้องเสียงเบสครับผม ซึ่งนับหัวได้ไม่เกิน 10 คนในแสตนด์
ก็กลัวว่าเสียงมันจะไม่ดังพอ ก็ร้องให้ดังๆ เบสๆ ไม่รู้ว่าคนข้างล่างจะได้ยินมั้ย (แต่จริงๆ เบสมันจะดังเหมือนโซปราโนมั้ยน้อ) พอถึงเพลงคอนเส็ปต์ แอบเห็นเพื่อน ผิดมั่ง ตัวเองทำไม่ทันมั่ง มั่วมั่ง แต่หน้าม้าก็ดีครับ กรี๊ดกร๊าดตลอด(สงสัยกรี๊ดที่ทำผิด) เมื่อโชว์เสร็จแล้วก็รู้สึกโล่งขึ้นมา เพราะว่า มันเสร็จซะที แถมทำดีกว่าตอนซ้อมอีก และก็ไม่คิดว่าจะได้แชมป์อีกสมัยหรอก เพราะรู้สึกว่ามันค่อนข้างมั่วซะเหลือเกิน
 
เมื่อถึงเวลาประกาศรางวัล ก็พบกับสิ่งไม่คาดฝันครับ คณะศึกษาศาสตร์ได้รองอันดับ 1 วิทยาศาตร์ ได้ที่1ตอนนี้ทุกคนดีใจกันหมด แต่ทว่า กุคนอัพดีใจแบบงงๆ
 
เมื่อได้ถ้วยแล้ว ทุกๆคนก็แย่งกันจับถ้วยรางวัลกันใหญ่ เนื่องจากตอนที่ ซ้อมเชียร์ ก่อนส่งถ้วยคืนส่วนกลาง รุ่นพี่จะให้จับถ้วย แต่รุ่นน้องดันทำเท่ บอกว่าจะรอจับวันแข่งพอถึงวันนี้มันก็เลยแย่งกันใหญ่ ซึ่งคนอัพกลัวถ้วยมันจะหล่นก็ไปช่วยเขาถือ แล้วพอเสร็จสิ้นพิธี แต่ละคณะ ก็จะมีรุ่นพี่ และเพื่อนๆที่มาเชียร์ ช่วยกัน บูม ร้องเพลงคณะให้ เมื่อคณะวิทย์บูม ก็มีรุ่นพี่เอาธงคณะมาให้ ทำให้หลายๆคนซาบซึ้งเพราะตอนนั้น ยังไม่มี SC#34 อย่างเป็นทางการ แล้วเพื่อนกุที่ถือธงคณะตอนบูม ดันน้ำตาซึมซะอย่างนั้น (แหม่ รักคณะจริงๆ) คนอัพก็เลยได้ไปช่วยมันถือธง ซึ่งใจนึงก็คืออยากไปช่วยถือ บวกกับคนข้างหลังบอกให้ไปช่วยหน่อย
 
หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว รุ่นพี่ก็ให้ไปพบกันที่รูปปั้น ร.4 เพื่อทำพิธีการ และพูดคุยเปิดอก แสดงความขอบคุณ และก็แยกย้ายกันไป
 
Post Script
1. ได้แชมป์แล้ว ยังต้องไปโชว์ ในกีฬา มข-มมส กับ โชว์ให้ช่อกัลปพฤกษ์#44 ดูอีก กุล่ะเซ็ง
2. ขอบคุณ รุ่นพี่ อาจารย์ และเพื่อนๆ ที่ทำให้ งานนี้ผ่านพ้นด้วยดี
3. ขอบคุณ งานนี้ที่ทำให้ได้รู้จักและสนิทกับเพื่อนหลายๆคน
4. ขอบคุณ คนที่ทำให้เราอยากไปซ้อม ทั้งๆที่มันน่าเบื่อขนาดหนัก
5. สุดท้าย Part II ไว้อัพ รอบหน้าละกัน มันยาวแล้วง่ะ
 
 
 
10月30日

The Global Battle Of the Band in Khonkaen

เอ้ออ สวัสดีคับ พี่น้อง ในที่สุดก็มีเรื่องมาอัพ space ซะที 55+
 
วันนี้ (29 ตค) ตัวกระผมได้ไปดูการประกวดดนตรี GBOB นะครับ ไอ้ที่วงที่ชนะจากทั่วประเทศน่ะ จะได้ไปแข่งอยู่ที่ ลอนดอน ต่ออีกทีนึง
ซึ่งวันนี้เป็นรอบคัดเลือกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือนะครับ ซึ่งภาคอีสานเนี้ยจัดอยู่ที่ บึงแก่นนคร
 
ตอนแรก ไม่รู้เล้ยย ว่ามันมีจัดวันนี้ แต่พี่วอ คนรู้จักในเนต แกมาบอกใน เอ็มว่า
"เฮ้ย ต้าร์ รู้ป่ะ แพรมาแข่งที่ขอนแก่นนะเว้ย"
งงครับ อึ้งแดก ว่าทำไมมันต้องมาแข่งทั้งๆที่มันก็อยู่ กทม. แต่ก็เอาวะ ไปดูหน่อยละกัน
 
ในงานนะครับ ก็มีการประกวดวงดนตรี 12 บางวงก็เล่นดี บางวงเล่นใช้ได้ บางวงเล่นหลุด บางวงก็ขาดๆเกินๆ
แต่มีวงนึงโดนจับแพ้ฟาวส์เนื่องจากคัฟเวอร์เพลงคนอื่นมา (ผิดกติกาของ GBOB อ่ะครับ)
ซึ่งเพลงที่เอามาก็คือ ยื้อ ของ พอส กะ คืนจันทร์ของ โลโซ ถ้าหากมองข้ามเรื่องนี้แล้วฝีไม้ลายมือก็พอใช้ได้เชียวครับ
แม้มันจะมั่วๆหลายแนวก็เถอะ แอบมีริฟฟ์ของดรีม เธียร์เตอร์ออกมาด้วย (ไม่รู้ว่าเพลงไหน) แต่มีที่ตลกกว่านั้นคือ
กรรมการดันบอกว่าเล่นเพลงคัฟเวอร์แค่เพลงเดียว อ้าววว กรรมการไม่รู้จักเพลง พอส ซะงั้น
 
วงที่โดดๆออกมาอีกวงก็คือ วงขุนสมาน 2415 (จำชื่อผิดก็ขออภัยนะฮะ) เล่นได้ดีครับ ออกสไตล์ร็อค ย้อนยุคๆ (ดูจากนักร้อง/กีตาร์ ก็รู้ครับ 55+ แก่มาเชียว)
ซึ่งวงนี้การเล่นลีด ก็ใช้ได้ครับ มีผิดเล็กๆน้อย (ถ้ากรรมการไม่วิจารณ์ เราก็ไม่สนใจนะเนี่ย) ส่วนทีมเวิร์คนี่เยี่ยมไปเลยครับ
เออ วงนี้คนเชียร์เยอะพอสมควรเลยอ่ะ
 
วงที่เด่นๆอีกวงก็คือวงAll Some Dude ครับ งานใช้ได้ครับ
อาจจะนึกถึง Incubus ชุด 2 ที่ตัดความเป็นฟังค์ออกหน่อย และมีเทิร์นเทเบิลเข้ามาใส่ ทีมเวิร์คดี แต่เราก็ไม่ได้ติดใจไรมากมายกะวงนี้
 
อีกวงครับ จำชื่อไม่ได้ (เพราะฟังไม่ออก) จากอุดรครับ ความหนักหน่วงพอประมาณ
แต่นักร้องดูโอครับ น่าจะประมาณน้องๆ ม.ปลายได้มั้ง เสียงเพราะดี ชอบเพลงแรกมาก ประสานกันได้ดีทั้งคนร้อง ทั้ง คอรัส 
ลืมบอกไปครับว่าวงนี้ นักร้องเป็นผู้หญิง
 
วงอีกวงก็คือวง เกเร ครับ วงนี้ live performance เยี่ยมมาก เอ็นเตอร์เทนคนดูดี เน้นฮาเข้าว่า มือกลอง กะมือกีตาร์ยัง 15 - 16 อยู่เลย
กลองแน่นครับ กีตาร์ก็ใช้ได้ แต่นักร้องนี่เอ็นเตอร์เทนคนดูได้เยี่ยมเลยครับ (จำไม่ผิดแกเป็นอาจารย์ของน้องๆนักดนตรี แหม ลูกศิษย์เรียบร้อยกว่าอาจารย์อีก ^^)
 
ส่วนวงของเพื่อนผมนะคับ Drug Kill Insect (เฮ้ย ชื่อวงมันมักง่ายจริงๆอ่ะ - -) เสียงนักร้องหวานเชียว ถ้าตอนพูดปกติอ่ะนะ
มาในเพลงสไตล์ เมทัลคอร์ครับ พอตอนแพรร้องเนี่ย ฮ่าๆๆ แม่งเงียบกันหมด ยกเว้นเพื่อนๆ คนรู้จักที่มาด้วย ทั้ง สำรอก คำราม แผดเสียงสูง ถ้าพูดถึงฝีมือก็ใช้ได้ครับ มือกลองตีแน่นมาก แต่สำหรับเรารู้สึกว่าเพลงมันยังขาดๆเกินๆอยู่
 
ส่วนผลการแข่งขัน หลักๆก็คงอยู่ที่ความโดดเด่นกับทีมเวิร์คครับ วงที่เข้ารอบก็คือวง ขุนสมาน กะ All some dude
 
เฮ้ออ จบซะที เล่ายาวมามากละ
 
ขอบคุณสำหรับที่อ่านกันจนจบนะคับ ^^
 
 
 
 
 
10月21日

Interlude No.1 (Digital Rights Management)

 สวัสคีคับ พ่อแม่พี่น้อง ในที่สุดไอ้บ้าดอง blog ก็กลับมาอัพซะที หลังจากที่โดนหลายๆคนไล่ให้มาอัพ   
 
ตั้งใจว่าจะมาอัพหลายครั้ง เหมือนกัน แต่ ขี้เกียจอ่ะ ดองไว้ซะอย่างงั้น
 
หลังจากสอบเสร็จแล้ว เคยตั้งใจว่าจะทำอะไรหลายๆอย่าง ดันไม่ทำซักกะอย่าง เพราะว่าพอกลับถึงบ้านเรอะ
กลับมานอนกลิ้งไปกลิ้งมา เล่นเนต นอนเช้า ตื่นบ่าย เฮ้อ - -
 
(ไรวะเนี่ย พอมาอัพจริงๆ ไร้ไอเดียมาอัพ blog ซะงั้นน่ะ)
 
อ่ะ เอาเป็นว่าเล่าเรื่องเรื่อง เซ็ง แผ่น cd ละกันวะคับ
 
เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ได้ไปถอย cd paradox กะ Bossa Blossom มา
 
ปรากฏว่า ไอ้แผ่นนี้พอใส่เข้าไปในเครื่อง มันก็ถามแกมบังคับให้ยอมรับ ลิขสิทธิ์ไรก็ไม่รู้ เพราะขี้เกียจอ่าน
พอเข้าไปได้แล้วนะฮะ โอวว ทำเจ๋งมาก เขียน flash มาทำเป็นเครื่องเล่นไฟล์ audio
แต่นั่นแหละครับ หารู้ไม่ว่าหายนะ ได้มาสู่เครื่องกุแล้ว...
แล้วก็จะจัดการ rip cd มาเป็นไฟล์ mp3 ตามระเบียบ
แล้วก็พบกับความจริงว่า เฮ้ยย ไอ้สาดด ป้องกันการ rip cd ซะงั้น ก็rip ไม่ได้สิคับที่นี้
(จริงๆ ก็โง่เองแหละคับ ไอ้การป้องกันมันมีมาปีกว่าแล้ว แต่ลืมคิดอ่ะ 55+)
แต่ตอนนี้ แก้ได้แล้ว rip ได้ตามปกติ วิธีทำก็ไม่มีไรครับ กด shift ค้างไว้ หรือไปปิดไม่ให้แผ่น autorun แค่นั้นเอง
 
เฮ้ย เรื่องนี้มันไกลตัวไปป่าวเนี่ย ปกติคงไม่ค่อยซื้อ cd กันมั้ง ^^'
 
ปล.หวังว่าเพื่อนๆคงได้เกรดเป็นที่น่าพอใจนะ กับเทอมแรก (แต่คนอัพนี่เกรดชักแย่อ่ะ - -)
ปล.2 เมื่อไหร่ เพื่อนจะเลี้ยงกันอีกคร้าบ คงปิดเทอมนู่นล่ะมั้ง หวังว่าคงได้เจอกันเร็วๆนะ
ปล.3(เยอะจังวะ) ไว้ยังไงจะพยายามรีบๆ อัพ แต่ตอนนี้หัวกลวงจริงๆ ไม่รู้จะเอาไรมาอัพ